ข่าวคราวก่อนๆ คือกูเกิลกับแอปเปิลสลับกันเป็นที่ 1 ของแบรนด์เฉพาะด้านไอที แต่ตอนนี้เป็นแบรนด์รวมไม่แยกประเภท สำรวจโดย Interbrand ซึ่ง 10 อันดับแรกได้แก่
การเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจคือกูเกิลไต่จากอันดับ 20 ในปีก่อนมาเข้าท็อป 10 ในปีนี้ อีกอันคือไอบีเอ็มแซงไมโครซอฟท์ขึ้นมาเป็นอันดับ 2
สำหรับแบรนด์ไอทีดังนอกท็อป 10 ได้แก่ HP (12), Cisco (17), ซัมซุง (21), ออราเคิล (23), แอปเปิล (24), โซนี่ (25), SAP (31), Dell (32), นินเทนโด (40), eBay (46), อเมซอน (58), ยาฮู (65) และ BlackBerry (73) อันดับทั้งหมดดูใน Interbrand
แหล่งที่มา : http://www.blognone.com

Sergey Brin หนึ่งในผู้ก่อตั้งกูเกิล ได้เปิดเผยลงในบล็อกส่วนตัวของเขาว่า เขามีสิทธิ์ป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน โดยมีความเสี่ยงระหว่าง 20-80%
ภรรยาของ Sergey นั้นก่อตั้งบริษัทด้านวิจัย DNA ชื่อ 23andMe และนำเอา DNA ของ Sergey ไปทดสอบ พบว่ายีนของเขามีการกลายพันธุ์ชนิดหนึ่งที่หาได้ยาก แต่มีโอกาสทำให้เกิดโรคพาร์กินสัน Sergey ยังเล่าว่าในเครือญาติของเขาก็มีคนที่ป่วยเป็นโรคนี้มาก่อนแล้ว
ถึงจะยังไม่เป็นจริงๆ แต่ Sergey บอกว่าการค้นพบครั้งนี้ทำให้เขาเริ่มปรับวิถีชีวิตให้เลี่ยงจากโรคภัยมาก ขึ้น และกำลังมองหาโอกาสที่จะสนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับโรคพาร์กินสันเช่นกัน
แหล่งที่มา : http://www.blognone.com
แฮ็คเกอร์เจาะเข้า Yahoo email ของ Palin ผู้ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐ และพบว่าเธอใช้อีเมลนี้ติดต่องานราชการ
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : โดย บารมี นวนพรัตน์สกุล
แฮ็คเกอร์กลุ่มหนึ่งได้โพสต์บทความใน wikileaks.org ว่าพวกเขาสามารถแฮ็คอีเมลที่มีชื่อว่า gov.palin@yahoo.com ของ Sarah Palin ผู้ว่าการรัฐอแลสก้า และยังเป็นผู้ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีจากพรรครีพับลีกันอีกด้วย
โพสต์ไม่โพสต์เปล่า ยังมีหลักฐานยืนยันความสามารถของกลุ่มแฮ็คเกอร์นี้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาพส่วนตัวของ Palin, ภาพ screenshot หน้าจอ inbox, และข้อความอีเมลที่ Palin ส่งถึงผู้รับหลายคน หนึ่งในนั้นคือ Arnold Schwarzenegger ผู้ว่าการคนเหล็กแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย
หลังจากที่ข่าวนี้ถูกเผยแพร่โดยวอชิงตันโพสต์ Rick Davis ผู้จัดการหาเสียงของ John McCain ก็ออกมาแถลงข่าวว่า เรื่องนี้เป็นการคุกคามความเป็นส่วนตัวและละเมิดกฎหมายอย่างรุนแรง ขณะนี้ได้ส่งเรื่องไปยังเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบแล้ว และหากใครมีข้อความอีเมลเหล่านั้นอยู่ กรุณาลบทิ้งเสีย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กลายเป็นประเด็นขึ้นมา ไม่ใช่เรื่องการแฮ็คเข้าไปยังอีเมลส่วนตัวของ Palin แต่เป็นเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลทางราชการ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า Palin เป็นถึงผู้ว่าการรัฐ แต่กลับใช้อีเมลส่วนตัวในการติดต่อเรื่องราชการ
ภาพ screenshot หน้าจอ inbox ของ Palin แสดงให้เห็นถึงหัวข้อในอีเมล ซึ่งพบว่ามีการใช้อีเมลนี้ส่งข้อความทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องราชการ อีเมลฉบับหนึ่งมีหัวข้อ ?ร่างจดหมายถึงผู้ว่าการรัฐ Schwarzenegger / เรื่องภาษีบรรจุภัณฑ์? และอีกฉบับมีหัวข้อ ?ประเด็นงบประมาณและบุคลากรของ DPS? ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีกว่า DPS ย่อมาจาก Department of Public Safety ของรัฐอแลสก้านั่นเอง
กรณีนี้เองที่ทำให้ Andree McLeod นักเคลื่อนไหวในรัฐอแลสก้า ยื่นฟ้องศาลภายใต้ พ.ร.บ.ความเสรีของข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้มีการเปิดเผยอีเมลของ Palin อีกหนึ่งชื่อคือ gov.sarah@yahoo.com ซึ่งสงสัยว่า Palin อาจจะใช้อีเมลนี้ติดต่อเรื่องทางราชการอีกเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อทีมงานของ wikileaks.org ได้ทดลองส่งข้อความไปยังอีเมลทั้งสองชื่อนี้ ปรากฏว่ามันได้ถูกยกเลิกไปแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าตัวเป็นคนลบเอง เนื่องจาก Yahoo หรือผู้ให้บริการอีเมลทั้งหลาย จะยึดถือความเป็นส่วนตัวของลูกค้า โดยไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือทำการใดๆ ได้เลย
?ถ้า Palin ดำเนินงานของรัฐด้วยการใช้อีเมลส่วนตัวติดต่อสื่อสาร โดยไม่ได้คำนึงถึงความลับของราชการแบบนี้ แล้วต่อไปจะไปทำอะไรอีกในอนาคต ถ้าเธอสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นความลับสำคัญของชาติ?? Andree McLeod ซึ่งยื่นฟ้องศาลขอให้มีการเปิดเผยข้อมูล กล่าวอย่างมีอารมณ์
?ผู้ว่าการรัฐควรจะใช้อีเมลของทางการ ซึ่งมีให้เฉพาะอยู่แล้ว แต่นี่เธอกลับใช้บริการฟรีของ Yahoo?
แหล่งที่มา : http://www.bangkokbiznews.com


“ปู่เย็น”อาการปลอดภัยแล้ว เผยเหตุเรือจม เพราะฝนตกหนักวิดน้ำออกไม่ทัน ต้องอยู่บ้านลูกสาวชั่วคราว ผู้ว่าฯเมืองเพชรขอช่างเร่งซ่อมเรือพระราชทาน หลังเรือเกิดล่มกลางแม่น้ำ พลเมืองดีนำร่างเปียกชุ่มน้ำเนื้อตัวหนาวสั่นขึ้นมา ยังใจเด็ดไม่อยากแยกจากเรือพระราชทาน กระทั่งกู้สำเร็จจึงยอมไปโรงพยาบาลโดยดี
P { margin: 0px; } จากกรณีที่เกิดเหตุเรือพระราชทาน ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงพระราชทานไว้ให้แก่นายเย็น แก้วมณี หรือปู่เย็น อายุ 108 ปี เฒ่าทรนงแห่งลุ่มแม่น้ำเพชรบุรี จมน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี ที่เชิงบริเวณสะพานลำไย ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.เพชรบุรี เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 กันยายที่ผ่านมา จนทำให้ปู่เย็นหนีออกจากเรือมาไม่ทัน ต้องจนน้ำลอยคออยู่ในแม่น้ำนานกว่า 15 นาที กระทั่งมีผู้พบเห็นและช่วยเหลือส่งโรงพยาบาล
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 20 กันยายน นายสยุมพร ลิ่มไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ได้เดินทางไปเยี่ยมปู่เย็น ซึ่งพักอาศัยอยู่กับนางจุ๋มจิ๋ม แก้วมณี อายุ 51 ปี บุตรสาว ก่อนนำปู่เย็นเดินทางไปที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี เพื่อทำการตรวจร่างกาย โดยแพทย์ได้เอ็กซเรย์ปอดและตรวจสภาพร่างกาย เบื้องต้นพบว่านายเย็นร่างกายแข็งแรงปกติจึงให้กลับบ้านได้ ? ด้านปู่เย็นเปิดเผยว่า ก่อนเรือล่มเกิดมีฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงบ่าย ทำให้น้ำฝนเข้าไปท่วมขังอยู่ในเรือจำนวนมาก ประกอบกับนางจุ๋มจิ๋มและหลานสาวติดธุระไม่สามารถเดินทางมาช่วยเหลือวิดน้ำ ออกจากเรือได้ จึงต้องวิดน้ำเพียงคนเดียว แต่ทำไม่ทันเป็นเหตุให้เรือรับน้ำหนักน้ำไม่ไหว จมลงน้ำ ส่วนแผลที่ใต้ท้องเรือที่เกิดจากชนหินใต้น้ำนั้น ได้รับการซ่อมแซมก่อนหน้านี้แล้ว ? เบื้องต้นนายสยุมพรได้ประสานไปยังวิทยาลัยการต่อเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นผู้ต่อเรือพระราชทานลำนี้ เพื่อให้ส่งช่างมาทำการซ่อมแซมสภาพเรือ ส่วนเครื่องยนต์ที่จมน้ำเสียหายจะให้ช่างเครื่องยนต์เรือนำไปซ่อมแซมและนำ กลับมาติดตั้งให้เหมือนเดิม โดยในระหว่างการซ่อมแซมเรือ จะให้ปู่เย็นพักอยู่ที่บ้านนางจุ๋มจิ๋มซึ่งเป็นบุตรสาวไปก่อน ? “ปู่เย็น”หวิดสิ้นชื่อ เรือพระราชทานล่มกลางแม่น้ำ ก่อนเหน้านี้ เมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 19 กันยายน ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดเพชรบุรี รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบเห็นเรือพระราชทานซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานไว้ให้แก่นายเย็น แก้วมณี หรือปู่เย็น อายุ 106 ปี เฒ่าทระนงแห่งลุ่มแม่น้ำเพชรบุรี จมน้ำอยู่ในแม่น้ำเพชรบุรีที่เชิงบริเวณสะพานลำไย ต.ท่าราบ อ.เมืองเพชรบุรี จึงไปตรวจสอบ พบกลุ่มชาวบ้านจำนวนมากกำลังนำร่างที่เปียกโชกของปู่เย็นขึ้นมาจากน้ำ และพยายามจะนำปู่เย็นที่กำลังหนาวสั่นขึ้นรถโรงพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัด เพชรบุรีแต่ปู่เย็นไม่ยอมไป กลับทรุดลงนั่งที่บริเวณบันไดพักขั้นสุดท้ายของสะพานใกล้เคียงจุดที่เรือล่ม เนื่องจากห่วงใยทรัพย์สินและเป็นห่วงเรือพระราชทาน จากนั้นชาวบ้านได้ช่วยกันกู้เรือมาไว้ที่ริมตลิ่ง โดยปู่เย็นนั่งดูการกู้เรือด้วยอาการเศร้าสร้อยและมีคราบน้ำตาที่แก้มทั้ง สองข้าง ก่อนที่บุรุษพยาบาลจะอุ้มปู่เย็นขึ้นรถพยาบาลนำตัวส่งตรวจอาการ ? จากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์กล่าวว่า ขณะที่นั่งรับประทานอาหารอยู่กับเพื่อนที่ร้านอาหารบริเวณฝั่งตรงข้ามสะพาน เห็นเรือจมน้ำเห็นเหลือหลังคาโผล่ขึ้นมาและเห็นปู่เย็นลอยคออยู่ในน้ำพยายาม กวักมือร้องเรียกให้ช่วย จึงชวนเพื่อนรุดมาช่วยเหลือไว้ได้ทัน ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าเรือซึ่งทำจากไฟเบอร์กลาสเกิดรูรั่วจึงทำให้เรือจม
แหล่งทีมา : http://www.rssthai.com/reader.php?t=local&r=12384
?วิสุทธิ์? เผยความคืบหน้าติดตามคนแอบถ่ายคลิป ?โฟร์-มด? อาร์เอสฯ ยังไม่เข้าแจ้งความจึงขอหมายจับไม่ได้ แต่รู้ตัวคนทำแล้วเป็นชาย 3 หญิง 1 มีความใกล้ชิดเจ้าของโรงแรมดังในจ.ขอนแก่น ติงรายการดังดอดไปถ่ายที่เกิดเหตุทำลายหลักฐานคดี
วันนี้ ( 20 ก.ย.) ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดต่อเด็ก เยาวชนและสตรี(บก.ปดส.) พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ผบก.ปดส. กล่าวถึงความคืบหน้าในการติดตามผู้ที่แอบถ่ายภาพคลิปนักร้องสาวคู่หูดูโอ ชื่อดัง น.ส.สกลรัตน์ วรอุไร หรือ ?โฟร์? และ น.ส.คุณัชญา ชัยรัตน์ หรือ?มด? ว่าจนถึงขณะนี้ บริษัทอาร์เอสฯ ต้นสังกัดของทางนักร้องสาวยังไม่มาให้ปากคำหรือแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ปดส.อย่างเป็นทางการแต่อย่างใด เพียงแต่โทรมาพูดคุยกันทางโทรศัพท์เท่านั้น ซึ่งตรงนี้มันไม่ใช่การสอบสวนทำให้ไม่สามารถที่จะบันทึกปากคำเพื่อเป็นหลัก ฐานในการขออนุมัติหมายจับได้ และทำให้ขั้นตอนการขอหมายค้นต่อศาลล่าช้าออกไปอีก
“บริษัทอาร์เอสฯได้ให้ข้อมูล วันและเวลาที่ทั้งสองเข้าพักที่โรงแรมดังกล่าวแล้ว ทราบว่าอยู่ใน จ.ขอนแก่น โดยเข้าพักเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ขณะไปเดินสายทัวร์คอนเสิร์ต อย่างไรก็ตามเมื่อคืนได้มีรายการ ข่าวสามมิติ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 บุกเข้าไปถ่ายสถานที่เกิดเหตุ และมีการสัมภาษณ์เจ้าของสถานที่รวมไปถึงตัว น้องมดแล้ว ซึ่งเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่นเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ในระหว่างการ รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายค้นสถานที่ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้แล้วอาจทำให้พยานและหลักฐานบางส่วนนั้นถูกทำลายได้ แต่อย่างไรก็ดีทางเจ้าหน้าที่ก็จะต้องหาพยานหลักฐานอื่นเพื่อไปประกอบสำนวน เพื่อขอหมายค้นจากศาลให้ได้ โดยอาจจะใช้เทปการสัมภาษณ์ผู้เสียหายและเจ้าของสถานที่ ” ผบก.ปดส.กล่าว
พล.ต.ต.วิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้เกี่ยวข้องกับการแอบถ่ายคลิปนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ตัวแล้ว ซึ่งที่ทราบมีประมาณ 4 คน โดยกลุ่มที่ลงมือถ่ายนั้นเป็นชาย 3 คน แอบถ่ายด้วยกล้องวีดีโอ อาจจะเป็นคนเดียวแอบถ่ายแล้วที่เหลือคอยดูต้นทาง ก่อนไปแจกจ่ายเพื่อนฝูงดู และกลุ่มผู้ที่แอบถ่ายนั้นทราบว่าเป็นคนใกล้ชิดกับเจ้าของสถานที่ เนื่องจากรู้ห้องและเวลาเข้าพักข้องนักร้องทั้งสองเป็นอย่างดี ส่วนอีกคนนั้นเป็นหญิงที่นำคลิปดังกล่าวมาอัพโหลดหรือนำมาโพสต์ ซึ่งยังไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่แอบถ่ายหรือไม่ โดยนำมาโพสต์ที่เว็บ MThai ซึ่งตรงนี้กำลังประสานกับเจ้าหน้าที่จากกระทรวงไอซีทีให้ช่วยตรวจสอบ และหลังจากเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นสถานที่และมีพยานหลักฐานเพียงพอว่าใคร เกี่ยวข้องบ้างก็จะเรียกตัวมาสอบสวนและดำเนินคดีทันที
แหล่งที่มา : http://www.manager.co.th
โปรแกรมจับภาพหน้าจอ Click !
เชื่อว่าหลายต่อหลายครั้งที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปประสบปัญหากับเครื่อง คอมพิวเตอร์ เช่น อยู่ที่ดีๆ หน้าจอก็ขึ้นข้อความอะไรไม่รู้ อ่านก็ไม่ออก จะอธิบายให้ช่างฟังก็ใช้ศัพท์ไอทีไม่เป็น บางครั้งไม่เป็นที่เครื่องแต่เป็นที่ซอฟต์แวร์ เช่น บางเมนูไม่ทำงาน หรือใช้โปรแกรมไม่เป็น
ฉะนั้น ถ้าเราใช้การ “พูดด้วยภาพ” น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดของปัญหาเหล่านี้ และยิ่งตอกย้ำกับคำพูดคลาสสิกที่ว่า “ภาพๆ เดียว ดีกว่าคำพูดเป็นล้านๆ คำ”
สิ่งที่จะทำให้เรา “พูดด้วยภาพ” ได้ ก็ต้องใช้วิธีการ “จับภาพบนหน้าจอ” เมื่อจับภาพส่วนที่เป็นปัญหาแล้ว เราก็เขียนอธิบายลงไปต่อว่า มันเป็นอย่างนี้อย่างนั้น โดยใช้ลูกศรชี้ไปที่ปุ่มเจ้าปัญหา ก็จะทำให้ช่างเห็นภาพ และลงมือซ่อมแซมได้ง่ายขึ้น
ขณะเดียวกัน สำหรับผู้ที่ต้องการอธิบายการใช้งานโปรแกรมต่างๆ บนคอมพิวเตอร์ให้กับผู้อื่นทราบ โดยอาศัยการนั่งอยู่หน้าจอ คลิกไปตามเมนูต่างๆ และพูดอธิบายที่ละขั้นตอน ก็จะทำให้เกิดการเรียนรู้ที่เข้าถึงง่ายดายยิ่งขึ้น
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ทั้งผู้สอน ผู้เรียน ช่างเทคนิค ไปจนถึงผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วๆ ไป สามารถสื่อสารถึงกันและกันได้เข้าใจได้ง่ายๆ ด้วยการ “อธิบายด้วยภาพ”
และนี่ก็เป็น เป้าหมายหลักของกลุ่มผู้พัฒนา “Jing” โปรแกรมจับภาพหน้าจอบนคอมพิวเตอร์สำหรับมือสมัครเล่น ที่ใช้งานง่าย และไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
Jing คือผลิตภัณฑ์ล่าสุดภายใต้ชื่อโครงการว่า Jing Project จากบริษัท Techsmith ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของผลงานสร้างชื่อด้านโปรแกรมจับภาพหน้าจอบนคอมพิวเตอร์สำหรับมืออาชีพที่โด่งดัง อาทิ SnagIT, Camtasia Studio ฯลฯ
สำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับโปรแกรม SnagIT และ Camtasia Studio อยู่แล้ว จะทราบว่า 2 โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่มีความสามารถในการจับภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์มากมาย และหากต้องการจะใช้โปรแกรมที่สมบูรณ์ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายหลายร้อยเหรียญสหรัฐ หรืออีกนัยหนึ่งสำหรับโจรสลัดคอมพิวเตอร์ก็ต้องหา “โค้ดลับ” จากแหล่งเว็บไซต์ที่เสี่ยงต่อไวรัสตัวหนอน เพื่อมา “ปลดล็อก” ให้ใช้งานโปรแกรมเหล่านี้โดยไม่ต้องเสียเงิน
แล้ว มันจะดีสุดขั้วแค่ไหน? ถ้าคุณได้ใช้โปรแกรมจับภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ ที่เล่นง่าย โหลดได้ฟรี ที่สำคัญมีความสามารถในการนำไฟล์ที่ได้จากการจับภาพหน้าจอมาส่งต่อให้เพื่อน โพสลงในแกลลอรี่ออนไลน์อย่าง Flickr หรือติดลงในบล็อกก็ได้ทันที เชื่อว่าทุกคนคงพยักหน้าว่า “เจ๋งดี” เหมือนกันหมด ฉะนั้นเรามารู้จักกับ Jing Project กันเลย!
Jing คือ โปรแกรมจับภาพหน้าจอบนคอมพิวเตอร์สำหรับมือสมัครเล่น สามารถจับภาพทั้งที่เป็นภาพนิ่ง (ที่สามารถตกแต่งส่วนต่างๆ ของภาพ เช่นใส่ลูกศร ใส่คำพูด ทำสีไฮไลท์ที่ภาพได้) หรือวิดีโอ (ที่อัดเสียงพูดของคุณลงไปได้) จุดเด่นคือ การใช้งานที่ง่าย และไม่ต้องเสียเงิน และสามารถแบ่งปันภาพที่ได้ให้ใครๆ ได้อย่างรวดเร็ว
วิดีโอด้านล่างนี้จะแนะนำให้คุณรู้จักกับ Jing มากยิ่งขึ้น
หน้าต่อไปจะเป็นการติดตั้งโปรแกรม และแนะนำวิธีการใช้งาน พร้อมรูปประกอบ
แหล่งที่มา : http://www.manager.co.th
ในวันที่ 24 กันยายน 2551 ได้มีการจัดสัมมนาฟรี เกี่ยวกับกูลเกิล ของฟรี ๆมาอีกแล้วครับท่าน โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ

สถานที่
ณ? มหาวิทยาลัยรังสิต ตึก 1 (อาคาร อาทิตย์ อุไรรัตน์)? ห้อง 1-301
กำหนดการ
| 08.30-09.00 น. | ลงทะเบียนและรับเอกสาร | |
| 09.00-09.30 น. | กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การสัมมนา | |
| พิธีเปิดการสัมมนาโดยคณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ | ||
| 09.30-10.30 น. | สัมมนาช่วงที่ 1 หัวข้อ “Google เทคโนโลยียุคใหม่” | |
| โดยวิทยากร ผู้เชี่ยวชาญ | ||
| 1) ผศ.วิวัฒน์ อุดมปิติทรัพย์ | บรรยายเรื่อง Google Map ,Google Earth | |
| - อาจารย์ภาควิชาสถาปัตยกรรม | ||
| - สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง | ||
| 2) คุณศรัณย์ ยุวรรณะ | บรรยายเรื่อง Google App | |
| - นักเขียน อิสระ ผู้เขียน หนังสือ ?Google Apps? | ||
| 3) คุณอภิศิลป์ ตรุงกานนท์ | บรรยายเรื่อง Google Adwords | |
| - CEO - Globlet Co., Ltd. | (Search Engine Marketing) | |
| 10.30-10.45 น. | รับประทานอาหารว่าง | |
| 10.45-11.45 น. | สัมมนาช่วงที่ 2 หัวข้อ ?Google ในชีวิตประจำวันและสิ่งแวดล้อม? | |
| 11.45-12.15 น | อภิปรายซักถามทั่วไป | |
| 12.15-12.30 น. | ปิดการสัมมนา | |
| Lucky Draw | ||
| หมายเหตุ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม | ||
วิทยากร
| 1. ผศ.วิวัฒน์ | อุดมปิติทรัพย์ | อาจารย์ภาควิชาสถาปัตยกรรม , สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, Google Map ,Google Earth. |
|
| 2. คุณอภิศิลป์ | ตรุงกานนท์ | CEO - Globlet Co., Ltd. Google Adwords (Search Engine Marketing). |
|
| 3.?คุณศรัณย์ | ยุวรรณะ | นักเขียน อิสระ? ผู้เขียน? หนังสือ ?Google Apps? Google App. |
|
ผู้ให้การสนับสนุน
| คุณพรทิพย์ | กองชุน | Strategic Partner Development Manager-SoutheastAsia, Google Singapore. |
|
พิเศษ!! ลุ้นรับของที่ระลึกจาก Sanook.com , Google Inc. และของรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย |
|
โดยท่านสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.google-life.co.cc
แหล่งข่าว?
มหาวิทยาลัยรังสิต
“ทำไปทำไมวะ…”
“แล้วมันเอาเงินจากที่ไหนมาทำเนี่ย…”
“กูว่าแม่งเรื่องผลประโยชน์…”
“เออ แล้วมันมีสิทธิ์อะไรเอาชีวิตคนอื่นไปยุ่งเกี่ยวด้วยวะ..”
…ฯลฯ…
เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในประโยคของการสนทนาระหว่างผมกับเพื่อนๆ ในค่ำคืนของวันที่ 12 กันยายน 2551 ที่ร้าน ช. หน้าพระลาน ในช่วงที่หยิบยกเอาเรื่องของ “เซิร์น” (CERN) ขึ้นมาเป็นหัวข้อพูดคุย
จากข่าวคราวที่ออกมาอย่างครึกโครมในช่วงหนึ่งถึงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงวันนี้เชื่อว่าหลายคนคงจะรู้แล้วว่าเจ้าเซิร์นมันคืออะไร หากยังไม่รู้ก็บอกกันไว้แบบคร่าวๆ (แต่สุดความสามารถในการเรียบเรียงตามความเข้าใจของผม) ว่า เซิร์นนั้นเป็นคำเรียกย่อของ “องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศในทวีปยุโรปเพื่อการวิจัยและพัฒนาทางด้าน นิวเคลียร์” ที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า European Organisation for Nuclear Research
องค์กรนี้มีชื่อเสียงขึ้นมาเมื่อปี 2543 ในฐานะผู้ก่อกำเนิด “เวิรล์ด ไวด์ เว็บ” (WWW) มีจุดประสงค์หลักก็คือ ภารกิจในการทดลองเพื่อจะพิสูจน์ว่า “ฮิกก์ส” (Higgs) อนุภาคที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “อนุภาคพระเจ้า” (God Particle) ตามทฤษฎีของ “ปีเตอร์ ฮิกก์ส” (Peter Higgs) ศาสตราจารย์กิตติคุณจากมหาวิทยาลัยเอดินเบอระ (Edinburgh University) แห่งสหราชอาณาจักรที่ได้ผู้เสนอแก่โลกมาตั้งแต่ปี 2507 ว่ามีอนุภาคนี้อยู่นั้น มีอยู่จริงๆ หรือไม่ (ชื่ออนุภาค “ฮิกก์ส” นำมาจากนามสกุลของ “ปีเตอร์ ฮิกก์ส” ผู้เสนอทฤษฎี)
หรืออีกนัยหนึ่ง จุดประสงค์ของการของการทดลองนี้ก็เพื่อค้นหาต้นกำเนิดของจักรวาลอย่างเป็นทางการนั่นเอง
ผมได้ยินชื่อเซิร์นครั้งแรกเมื่อครั้งที่ได้อ่านนวนิยายเรื่อง “เทวากับซาตาน” (Angles and Demons) ของ “แดน บราวน์” ซึ่งในรายละเอียดและวัตถุประสงค์ของการทดลองในนวนิยายกับของจริงนั้นเหมือน กันเลยครับ
ทั้งนี้ก่อนการทดลองดังกล่าวได้มีข่าวที่แสดงถึงทัศนะความคิดเห็นในด้านลบ ของผู้คนทั้งที่มีความรู้และไม่มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่มีต่อการทดลองที่ ว่านี้แตกต่างกันไป อาทิ เหตุผลของการเสียดายเงินลงทุนกว่าแสนล้านซึ่งน่าจะเอาไปทำอย่างอื่นที่ได้ ประโยชน์มากกว่านี้ บางส่วนก็วิตกว่าโลกจะถึงคราวดับสูญจากการทดลองนี้ที่จะก่อให้เกิดหลุมดำ ขึ้นมาดูดกลืนโลก และอีกมากมาย ฯลฯ
ขณะที่บางส่วนก็บอกว่าประโยชน์ของการทดลองนี้จะทำให้มนุษย์ค้นให้พบว่ายังมี สิ่งที่เล็กกว่าสิ่งที่มนุษย์เคยคิดว่ามันคือสิ่งที่เล็กที่สุด โดยที่บางส่วนก็มองว่าการทดลองตรงนี้ก็เพื่อที่จะเป็นพื้นฐานในการคิดค้น เครื่องมือเอาไว้ยิงดาวหางที่มีการคำณวนกันไว้จะพุ่งชนโลกในอีก 60 ปีข้างหน้า ฯลฯ
ผมเองไม่ได้กลัวหรอกครับว่าโลกมันจะสลาย หรือรู้สึกตื่นเต้นอะไรกับการทดลองที่ว่านี้มากมายสมฐานะกับที่เรียกกันว่า นี่คือความก้าวหน้าอีกก้าวของมวลมนุษย์ชาติ เพียงแต่รู้สึกทึ่งในความสามารถระคนงงงวยในความพยายามของมนุษย์ที่ดูจะไร้ ที่สิ้นสุด
แต่ด้วยความเชื่อที่ว่าไม่มีมนุษย์คนไหนสามารถเอาชนะธรรมชาติได้ ผมจึงขออนุญาตเชื่อโดยส่วนตัวว่า สิ่งที่ได้จากการทดลองของเซิร์นนั้นแม้จะเป็นคำตอบของคำถามตามทฤษฎีได้หาก แต่มันก็หาใช่คำตอบของคำถามต่อการดำรงค์อยู่ของมนุษย์บนโลกนี้
ในนวนิยายเทวากับซาตาน(อ่านสนุกไม่แพ้รหัสลับ ดาวินชีเลยครับ) ถ้าผมจำไม่ผิด ได้มีการหยิบยกเอาเรื่องทดลองนี้ไปเชื่อมโยงกับความทะเยอทะยานอย่างไม่มีที่ สิ้นสุดในลักษณะที่ว่ามนุษย์กำลังจะท้าทายพระเจ้า, พระเจ้าไม่ได้สร้างโลก, มนุษย์ก็เป็นพระเจ้าได้เพราะมนุษย์สามารถให้กำเนินจักรวาลได้ และเพื่อจะบอกว่าทุกอย่างในโลกนี้คือวิทยาศาสตร์ ไม่มีอะไรที่วิทยาศาสตร์ทำไม่ได้ อธิบายไม่ได้
ซึ่งเมื่อพิจารณาจากข้อสันนิษฐานที่ตั้งไว้ของทฤษฎี หากการทดลองของเซิร์นผ่านเจ้าแอลเอชซี (Large Hadron Collider: LHC) ซึ่งเป็นเครื่องเร่งอนุภาคที่ใหญ่ที่สุดในโลกประสบความสำเร็จจริง นั่นก็หมายความว่ามนุษย์เราก็มีโอกาสจะได้เห็นจุดเริ่มต้นตั้งแต่เสี้ยว วินาทีแรกของการกำเนิดจักรวาลด้วยตาตนเองใช่หรือไม่? (ประเด็นนี้ต้องวานผู้รู้ช่วยอธิบายแล้วล่ะครับ)
จริงอยู่ครับที่ว่าเทคโนโลยีความรู้ความก้าวหน้าในทางวิชาการของวิทยาศาสตร์ ตลอดจนเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้เราเลิกพฤติกรรมที่เรียกกันว่า “งมงาย ” ที่เกิดขึ้นมาจากความกลัว โดยที่ความกลัวที่ว่านั้นก็มีสาเหตุมาจากเพราะความไม่รู้
จริงอยู่ครับที่ว่าเทคโนโลยีความรู้ความก้าวหน้าในทางวิชาการของวิทยาศาสตร์ ตลอดจนเทคโนโลยีต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับการใช้ชีวิตของมนุษย์ในสังคมยุคปัจจุบัน
แต่สังเกตกันมั้ยล่ะครับว่ายิ่งมนุษย์เราเอาชีวิตเข้าไปโยงใยกับอะไรที่มัน เป็นเรื่องของเทคโนโลยีซึ่งถูกโฆษณาว่านี่คือความก้าวหน้า ความทันสมัย ความล้ำสมัยมากยิ่งขึ้นเท่าไหร่ การใช้ชีวิตก็ยิ่งดูจะยุ่งยาก วุ่นวายและมีความ “หยาบ” ยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับที่ความรู้สึกถึงการ “ยอมรับ-นับถือ” ในความเป็นตัวตนของตนเองตลอดจนความรู้สึกนึกคิดก็พลอยจะลดน้อยลงไปมากขึ้น เท่านั้น
ขณะ ที่ผลผลิตจากการดัดแปลงวัสดุของธรรมชาติทั้งหลายแหล่ก็นับวันจะกลายเป็น สัญลักษณ์แห่งความล้าหลังขึ้นไปเรื่อยๆ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือคนเราเริ่มเดินออกห่างจากธรรมชาติมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งให้หมายถึงตัวตนเของเราเองที่ก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติด้วยเช่นกัน
ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างที่เป็นสัญลักษณ์ของความทันสมัยนั้นไม่ดีนะครับ เพียงแต่ที่น่ากลัวก็คือ หลายคนได้ตกเป็นเหยื่อของเครื่องมือ อุปกรณ์ ที่มากด้วยอัตราความเร่งแห่งความสบายทางกายไปอย่างไม่รู้ตัว บางคนเข้าใจหมดในทุกๆ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ออกใหม่ แต่ไม่เข้าใจสังคม ใช้ชีวิตไม่เป็น ฆ่าคนได้เพียงเพราะเอาแบบอย่างมาจากเกมออนไลน์
ตลกมั้ยล่ะครับกับการที่คนบางคนไม่กล้าที่จะหยิบเอาโทรศัพท์มือถือของตัว เองออกมาใช้ต่อหน้าเพื่อนเพราะกลัวถูกแซวว่ายังใช้รุ่นโบราณอยู่ ทั้งที่ไอ้เพื่อนๆ ที่มีโทรศัพท์รุ่นใหม่ทันสมัย ฟังก์ชั่นเพียบ ส่วนใหญ่ต่างก็ใช้คุณสมบัติของโทรศัพท์ที่เหมือนๆ กัน คือโทรออกกับรับสาย
หรือจะย้อนกลับมาที่เรื่องของเซิร์น กับข่าวของเด็กสาวอินเดียวัย 16 ปีที่ชื่อ “เชย์ยา ลาล” ที่ได้ฆ่าตัวตายหลังดูรายงานข่าวทางโทรทัศน์เกี่ยวกับการวิจัยที่ว่าเพราะ กลัวว่าโลกจะถูกหลุมดำดู ตรงนี้แสดงให้เห็นถึงความไม่เข้าใจในกฏแห่งธรรมชาติและความอ่อนแอทางด้านจิต ใจอย่างเห็นได้ชัด
แน่นอนว่าการได้รับรู้ว่าสิ่งมีชีวิตตลอดจนมนุษย์เราก่อเกิดมาได้อย่างไร เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น หากแต่ผมซึ่งเป็นคนประเภทสายลมแสงแดดกลับรู้สึกว่าถึงวันนี้แล้วเราน่าจะ ทุ่มไปให้ความสำคัญเกี่ยวกับพื้นฐานความคิดทางด้านจิตใจดีกว่าว่าทำอย่างไร มนุษย์ถึงจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข?
ทำอย่างไรทรัพยากรของโลก สิ่งแวดล้อมของโลกถึงจะกลับมาดีดังเดิม หรือไม่อย่างน้อยๆ ก็คือไม่ให้แย่ไปยิ่งกว่าเดิม
โดย อำนาจ เกิดเทพ
แหล่งที่มา : http://www.manager.co.th
รุมประณามมือดีแอบถ่าย+โพสต์ ภาพ 2 สาวเปลือยกายเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำระบุเป็นคู่ดูโอดังจากอาร์เอสฯ ?โฟร์-มด? ด้านต้นสังกัดไม่ขอแถลงพร้อมขู่ฟ้องวอนหยุดเผยแพร่ ส่วนตำรวจแนะให้แจ้งความแม้จะใช่หรือไม่ใช่
กลายเป็นข่าวครึกโครมขึ้นมาทันที กรณีที่ได้มีผู้นำเอาคลิปวิดีโอแอบถ่าย 2 สาวระหว่างที่ทั้งคู่กำลังเปลือยกายหลังอาบน้ำเพื่อเปลี่ยนชุดชั้นในอยู่ใน ห้องน้ำแห่งหนึ่งออกมาเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตกระทั่งมีการฟอร์เวิร์ดคลิปฯ ที่ว่ากันอย่างกว้างขวางเนื่องจากมีการอ้างว่าสองหญิงสาวในคลิปนั้นคือคู่ นักร้องสาวดูโอชื่อดังจากค่ายอาร์เอสฯ ?โฟร์ - มด? (ศกลรัตน์ วรอุไร - คุณัชญา(ชุตินนท์ ) ชัยรัตน์ โดยภาพดังกล่าวเป็นการแอบถ่ายหลังการอาบน้ำของสองสาวโดยเห็นทั้งหน้าอก และอวัยวะเพศ สัดส่วนชัดเจน ขณะทำภารกิจในห้องน้ำ โดยลักษณะการถ่ายมาจากช่องลมของห้องน้ำซึ่งผู้ถ่ายเจตนาซูม และแอบถ่ายอย่างตั้งใจ
ทั้งนี้หลังปรากฏเป็นข่าวขึ้นมาได้มีผู้แสดงทัศนะเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผ่านกระทู้แสดงความคิดเห็นตามเว็บไซต์ต่างๆ อย่างกว้างขวางในรูปแบบที่แตกต่างกันไป บ้างก็ว่าใช่ บ้างก็ว่าไม่ใช่ และบ้างก็ว่าเป็นการโปรโมต ทว่าโดยส่วนใหญ่ต่างรู้สึกเห็นใจกับนักร้องสาวทั้งสองเป็นอย่างมาก พร้อมประณามไปยังผู้ที่แอบถ่ายและนำเอาคลิปที่ว่าออกมาเปิดเผย
ขณะที่ทางด้านผู้เป็นมารดาของสาวมดได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อบันเทิงฉบับ หนึ่ง ว่า ตนยังไม่เห็นภาพดังกล่าวและไม่คิดที่จะดูด้วย แต่ยอมรับว่าทั้งตนและลูกสาวเสียความรู้สึกเป็นอย่างมาก พร้อมบอกต่อไปว่ารู้สึกเห็นใจลูกสาวเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ต้องพยายามที่จะตัดเรื่องนี้ออกไปเพราะสาวมดเองกำลังอยู่ในช่วงระหว่าง การติวหนังสือเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย
สำหรับความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ในวันนี้(16 ก.ย.) เมื่อบันเทิง ออนไลน์ ได้สอบถามไปยังค่ายเพลงอาร์เอสฯ ก็ได้รับคำตอบจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ว่า ตอนนี้ทั้งสองสาวได้ขอลา โดยสาวมดติดภารกิจเรื่องเรียนขณะที่สาวโฟร์นั้นได้เดินทางไปต่างประเทศพร้อม ครอบครัว
นอกจากนี้แหล่งข่าวคนเดิมยังบอกด้วยว่าทางอาร์เอสฯ เองคงจะไม่จัดให้มีการแถลงข่าวถึงเรื่องนี้แต่อย่างใด พร้อมวอนให้ทุกคนเห็นใจและนึกถึงสภาพจิตใจของสองสาวโปรดอย่าได้ทำการเผยแพร่ คลิปอีกต่อไป ก่อนจะประณามไปยังผู้ที่เป็นคนแอบถ่ายคลิปฯ ว่าเป็นพวกที่มีจิตใจไม่ปกติ
?
ตำรวจแนะผู้เสียหายควรแจ้งความ
ต่อในกรณีของสองนักร้องสาวที่เกิดขึ้นนี้หาใช่เป็นกรณีแรกที่เกิดขึ้นแต่ อย่างใดกับดารา นักร้อง นักแสดงในวงการบันเทิง ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าที่ผ่านมาในกรณีคล้ายๆ กันนี้ มีน้อยครั้งเหลือเกินที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองจะจับตัวผู้กระทำผิดระดับที่ เป็น ?ต้นตอ? มาลงโทษได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามความคิดเห็นไปยัง พล.ต.ต วิสุทธิ์ วานิชบุตร ผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี เจ้าตัวได้แนะนำว่าอยากให้ผู้เสียหายเองเข้ามาแจ้งความดำเนินการ แม้คลิปที่ว่าจะเป็นแค่คนหน้าคล้ายก็ตาม
?แนะนำว่าให้น้องสองคนเนี่ย 1.ต้องดูก่อนนะว่าสถานที่ที่ปรากฏเคยไปมั้ย ถ้าไม่ใช่ก็อย่าไปดิ้น ถึงไม่ใช่แต่เราเสียหาย มีบุคคลคิดว่าใช่ ก็มาแจ้งความได้ จะได้รีบเสนอข่าวเพื่อจะได้ไม่ให้มันบานปลาย ถ้ามีข่าวว่าปดส.จะสิบสวนคนทีjเเอามาเผยแพร่ ใครจะเอาลงมันก็ไม่กล้าเอาลง?
?สำหรับแนวทางการสอบสวนอันดับแรกก่อนจะสืบสวนเราก็ต้องถามเจ้าตัวเขาก่อน ว่า ภาพมันใช่หรือไม่ใช่ ต้องถามเจ้าตัวเขาครับ เจ้าตัวเคยถ่ายที่นี่มั้ย มีห้องน้ำลักษณะอย่างนี้ใช่มั้ย ถ้าเจ้าตัวเขาปฏิเสธว่าไม่เคยไปตรงนี้ ตรงนั้น แล้วดูแล้วไม่น่าเจะเป็นเขา แต่จะเป็นใครมันก็ผิดกฎหมาย?
?ยกตัวอย่างว่านางสาว ก. หรือ ข. ผมเอาเข้าระบบคอมพิวเตอร์ ผมก็มีความผิดแล้วถ้ามันโป๊ เพราะฉะนั้นถ้าอย่างไรเสียก็ตรวจสอบดูแล้วว่าเป็นจริง ก็ให้มาร้องทุกข์ได้เลยกับปดส. เดี๋ยวเราจะสอบสวนขยายผลให้ดูเลยว่าใครทำ?
?แต่ต้องยืนยันก่อนนะครับว่าคือตัวเขา หมายความว่ามาร้องแล้ว เราออกข่าวไปจะได้มีการสกัดกั้นไม่ให้เผยแพร่ต่อไป 2.ถ้าลบได้หรือทำลายได้เราก็ทำให้ทันที 3.ก่อนที่เราลบ เราก็รวบรวมข้อมูลคนที่จะเอามาลง?
ยืนยันสามารถสืบหาตัวผู้กระทำความผิดได้ไม่ยาก??เราสืบต้นตอได้ว่ามาจาก ไหน มันเข้าเว็บไซต์ไหน มันเป็นของใคร เข้ามาได้อย่างไร อยู่ดีๆ ในเว็บไซต์มันเกิดอยู่แล้ว ต้องมีผู้กระทำ น้องสองคนเนี่ยไปกองถ่ายมีใครที่น่าสงสัยบ้าง ไม่ถูกกับใครมั้ย แล้วมาแอบติดกล้องไว้ ลักษณะอย่างไร?
?มันต้องมีกระบวนการ เราก็ต้องสืบสวนทางด้านไอซีทีด้วยว่าภาพมันเข้าสู่ระบบได้เนี่ยใครทำ ส่งมาจากใคร ใครเป็นเจ้าของเว็บไซต์ เราสามารถไล่ได้อีกทางหนึ่ง โทษหนักนะครับ คดียอมความได้นะครับแต่ผู้เสียหายต้องมาร้องทุกข์?
ฝากเตือนพวกมือบอนที่ชอบโพสต์ภาพโป๊เปลือยถือว่ามีความผิด พร้อมบอกผู้เสียหายในคดีเช่นนี้สามารถที่จะเรียกฟ้องร้องเอาผิดได้ทั้งทาง อาญาและทางแพ่ง
?ลักษณะภาพถ้าเห็นอวัยวะเพศ ถ้าเห็นหน้าอกเนี่ยนะ มันเป็นความผิดเข้าข่ายพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์เลยนะ ผู้ใดเอาภาพลามกอนาจารมาลงก็มีโทษรุนแรง อีกประเด็นคือหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการแพร่ภาพ ก็มาสืบกันว่ามีใครเอาภาพของเขามาเผยแพร่?
?ยกตัวอย่างเช่น มาคนเอาภาพจารุณีมาใส่หน้าคนเปลือยกาย แล้วเอาเข้าเว็บไซต์ว่ามีภาพจารุณีโป๊ ใครเข้ามาก็ต้องเสียเงิน สมมตินะ ใครจะดูก็จ่ายเงินโอนเงินมาก่อน ลักษณะแบบนี้มันก็เคยเกิดขึ้น อย่างตั๊ก บงกชก็เคยมีเรื่องทำนองนี้?
?อย่างกรณีเอาภาพคนอื่นมาหาวัตถุประสงค์แห่งการค้า ก็เข้าข่ายประมวลกฎหมายอาญามาตรา 287 ไม่ต้องมีผู้เสียหายก็จับได้ ใครอยากดูก็เสียเงินอะไรทำนองนี้ โดนนะครับ มีความผิดจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์นี่ติดคุก1 ปีถึง 5 ปีเลยนะ โทษหนักนะ?
?พูดง่ายๆ ใครเอาภาพลามกเข้าไปสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เน็ต เว็บไซต์ ผู้นั้นก็มีความผิด มันเป็นความผิดต่อรัฐ พวกขายซีดีลามก เผยแพร่คลิปลามกเพื่อการค้า ก็โดนเอาผิดตามมาตรา 287 ได้ว่ามันหมิ่นประมาท เอาภาพที่เขาไม่ได้ตั้งใจให้ถ่าย ไปแอบถ่ายในห้องน้ำ หรือกองถ่าย เอามาเผยแพร่ก็หมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการแพร่ภาพ มีความผิดทางกฎหมาย ผู้เสียหายต้องไปร้องทุกข์ ไปเรียกทางแพ่งได้อีก?
ก่อนแนะไปยังคนดังทั้งหลายให้มีความระมัดระวังมากยิ่งขึ้นเนื่องจาก เดี๋ยว นี้เทคโนโลยีนั้นก้าวไกลมากๆ??กรณีแบบนี้คิดว่าน่าจะจำร้านขนมที่สยามได้ ที่มีการติดกล้องในห้องน้ำ แนวทางเราก็ต้องเตือนเขาว่าต้องรักษาความลับของลูกค้า ใช่มั้ยครับ อันนั้นเขาติดเพื่อรักษาความปลอดภัย เพื่อดูว่าใครเอากล้องไปหรือไม่?
?ดารานักร้อง การเข้าห้องน้ำก็ต้องระวัง ไม่ใช่แก้เสียจนหมด ก็ถ้าอาบน้ำก็ระมัดระวังมีกล้องมีอะไรมั้ย ตรวจดูเสียก่อน ถ้าจำเป็นก็นุ่งแบบกระโจมอกแล้วเปลี่ยน อย่าเปลี่ยนแบบเปลือยกายเลย เทคโนโลยีมันก้าวหน้ารวดเร็ว แต่คุณธรรมจริยธรรมของมุนษย์มันต่ำลง?
?เพราะฉะนั้นเมื่อมันไม่ใช่ตามไม่ทันก็เกิดอะไรแบบนี้บ่อยๆ คือบางทีเจ้าของสถานที่เนี่ยเขาอาจจะต้องตรวจสอบให้ความปลอดภัยกับลูกค้า ลูกค้าเองก็ต้องระมัดระวังตัวไว้ด้วย ใจคนมันต่ำลงมาก กล้องรูเข็มก็มีเยอะแยะ แอบติดอะไรได้หมด ต้องระมัดระวัง?
แหล่งที่มา : http://manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000110050
credit : it.siamhost4u.com
เรามาเริ่มกันดีกว่าครับ
1. พิมพ์คำสั่ง about:config เข้าไปในช่องแอดเดรส แล้วกดปุ่ม Enter เวลาจาเปลื่ยนค่า ก้อดับเบิ้ลคลิก แร้วใส่ค่า
network.http.pipelining >>>>> true
network.http.proxy.pipelining >>>>> true
network.http.pipelining.maxrequests >>>>> 30
คลิกขวาบนพื้นที่ว่าง เลือกคำสั่ง New -> Integer ตั้งชื่อว่า ?nglayout.initialpaint.delay? พร้อมทั้งกำหนดค่าเป็น ?0?
สำหรับผู้ที่ใช้เน็ต? 56K
content.max.tokenizing.time >>>>> 2250000
content.notify.interval >>>>>> 750000
content.notify.ontimer >>>>> true
content.switch.threshold >>>>> 750000
nglayout.initialpaint.delay >>>>> 750
network.http.max-connections >>>>> 32
network.http.max-connections-per-server >>>>> 8
network.http.max-persistent-connections-per-proxy >>>>> 8
network.http.max-persistent-connections-per-server >>>>> 4
dom.disable_window_status_change >>>>> true
สำหรับผู้ที่ใช้เน็ต 256K
content.max.tokenizing.time >>>>> 2250000
content.notify.interval >>>>>> 750000
content.notify.ontimer >>>>> true
content.switch.threshold >>>>> 750000
network.http.max-connections >>>>> 48
network.http.max-connections-per-server >>>>> 16
network.http.max-persistent-connections-per-proxy >>>>> 16
network.http.max-persistent-connections-per-server >>>>> 8
browser.cache.memory.capacity >>>>>> 65536
สำหรับผู้ที่ใช้เน็ต? 512K
browser.xul.error_pages.enabled >>>>> true
content.interrupt.parsing >>>>> true
content.max.tokenizing.time >>>>> 3000000
content.maxtextrun >>>>> 8191
content.notify.interval >>>>>> 750000
content.notify.ontimer >>>>> true
content.switch.threshold >>>>> 750000
nglayout.initialpaint.delay >>>>> 10000
network.http.max-connections >>>>> 30
network.http.max-connections-per-server >>>>> 8
network.http.max-persistent-connections-per-proxy >>>>> 8
network.http.max-persistent-connections-per-server >>>>> 4
browser.cache.memory.capacity >>>>>> 65536
สำหรับผู้ที่ใช้เน็ต 1M
content.max.tokenizing.time >>>>> 3000000
content.notify.backoffcount >>>>> 5
content.maxtextrun >>>>> 4095
content.notify.interval >>>>>> 1000000
content.notify.ontimer >>>>> true
content.switch.threshold >>>>> 1000000
network.http.max-connections >>>>> 18
network.http.max-connections-per-server >>>>> 16
network.http.max-persistent-connections-per-proxy >>>>> 16
network.http.max-persistent-connections-per-server >>>>> 8
dom.disable_window_status_change >>>>> true
หรือจะไปโหลด plug-in เสริมได้ที่ https://addons.mozilla.org/extension…cation=firefox
ปล. แนะนำ extensions ที่จำเป็นของfirefox
IE View บางเวปมันไม่หนับหนุนการแสดงผลด้วย Firefox ก้อสามารถเปลื่ยนเปง ie ได้โดยคลิกขวาเลือก View this page in IE
Image Zoom ซุมภาพบน firefox
Flashgot ดาวโหลด
Adblock คล้ายๆ block popup อ่าแหละ
Disable Targets หยุดการเปิดหน้าต่างใหม่เมื่อดาาวโหลดไฟล์
ฯลฯ
