ท่ามกลางกระแสและเหตุการณ์การใช้งานเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ไปในแนวทางที่ไม่ถูกต้อง ทั้งการล่อลวง การละเมิด จนหลายฝ่ายเป็นห่วงกังวลกับการใช้งานไอซีที ที่เด็กและเยาวชนจะกลายเป็น ?เหยื่อ?
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : แต่หารู้ไม่ว่า แท้จริงแล้วทุกสิ่งมีทั้งในทางที่ดีและทางที่ไม่ดี ขึ้นอยู่กับการจัดการองค์ความรู้ เพื่อรับมือ และบางทีก็อยู่ที่มุมมองที่เกิดขึ้น
เพราะไอซีที เป็นเพียงเครื่องมือทางเทคโนโลยีเท่านั้น สิ่งสำคัญอยู่ที่ ?ผู้ใช้? ถ้าใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ จะเป็นพลังผลักดันสังคมอย่างยิ่ง
จากการที่มูลนิธิสยามกัมมาจล ร่วมกับสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลับมหิดล และสถาบันราชานุกูล ได้จัดงานเสวนาเรื่อง ?เด็กหัวใส… ฉลาดใช้ไอซีที? เป้าหมายหลักคือ การสร้างเครือข่ายส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และผู้ปกครอง สามารถ ?สร้าง? และ ?ใช้? ไอซีที ได้อย่างถูกต้องและสร้างสรรค์
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 19 ต.ค. ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว บริษัทอินสไพร์ ประกาศผลการคัดเลือกมิสทีนไทยแลนด์ 2008 ภาคกลาง-กรุงเทพฯ จากยอดผู้สมัครทั้งสิ้น 1,330 คน โดยคณะกรรมการตัดสิน ได้พิจารณาคัดเลือกผู้ประกวด 180 คน จากประวัติ คุณสมบัติ รวมถึงการแสดงความสามารถพิเศษของผู้สมัครแต่ละคน
ผลการคัดเลือกปรากฏว่า ผู้สมัครที่มีประวัติโดดเด่น และได้รับการจับตามอง ได้ผ่านการคัดเลือกตามคาด อาทิ น.ส.หริธมา เชียรสงค์ หรือ น้องพริม อายุ 25 ปี บุตรสาวคนเล็กของ กุ้ง-กิตติคุณ เชียรสงค์ นักร้องชื่อดัง, น.ส.พัดชา? กิติไพรวัลย์ หรือน้องพุดจีบ อายุ 17 ปี ลูกพี่ลูกน้องของน้องปอย-ตรีชฎา มาลยาภรณ์, น.ส.รัตติกานตน์ กิล์ล หรือน้องลิซ่า อายุ 16 ปี ลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย หลานสาวนักแสดงสาว มาริษา ฮอร์น และ น.ส.กรวิกา กอวรกุล หรือน้องบีเบลล์ อายุ 18 ปี เชียร์ลีดเดอร์คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์ ทายาทสาวคนโตแห่งนิรันดร์กรุ๊ป เจ้าของ อสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง
ทั้งนี้ การประกาศรายชื่อมิสทีนไทยแลนด์รอบ 45 คนสุดท้าย จากผู้สมัครทั่วประเทศ จะมีขึ้นในวันที่ 20 ต.ค. 2551 ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว.
แหล่งที่มา : http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=180126&NewsType=1&Template=1
สธ.-เกษตร-คลัง ร่วมมือคุมเข้มตรวจสอบนมผงนำเข้า เพื่อผลิตอาหารสัตว์ทุกลอต หวั่นลักไก่นำไปทำ ?เบเกอรี่? ด้านผู้บริหาร นมมะลิ ยันสินค้าลอตอื่น ปลอดสารเมลามีน รอผล อย. ตรวจสอบย้ำอีกครั้ง พร้อมเก็บสินค้าออกจากตลาดทั้งหมด คาดทุกอย่างจบในสัปดาห์หน้า ขณะที่ เอสแอนด์ พี แจงคุกกี้ปลอดภัยไร้สารเมลามีน
เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายวิชาญ มีนชัยนันท์ รมช. สาธารณสุข กล่าวว่า ถึงความคืบหน้า การเดินหน้ามาตรการตรวจสอบและคุมเข้มนมและผลิตภัณฑ์ปนเปื้อนสารเมลามีน ว่า ตนได้ทำหนังสือถึง รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ รมว.คลัง เพื่อความร่วมมือให้ด่านศุลกากรทั่วประเทศ ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 32 ด่าน ในการแจ้งนมผงที่นำเข้าจากประเทศจีนเพื่อผลิตเป็นอาหารสัตว์ทุกลอต เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่า มีการนำนมดังกล่าวมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ โดยนำมาผลิตอาหารให้คนกิน ซึ่งนมดังกล่าวอาจปนเปื้อนสารเมลามีนได้ จึงขอให้ช่วยแจ้ง อย. รับทราบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ด้านอาหารและยา ทำการสุ่มตรวจด้วยว่า มีเมลามีนปนเปื้อนหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น
นาย วิชาญ กล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าในการตรวจหาสารเมลามีน ในผลิตภัณฑ์ ของบริษัท อุตสาหกรรมนมไทย จำกัด ซึ่งผลิตนมตรามะลินั้น ล่าสุดทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้แจ้งผลการตรวจวิเคราะห์เพิ่ม 3 ราย การ ในจำนวนนี้ 2 รายการ ไม่พบการปนเปื้อนสารเมลามีน มีเพียง 1 รายการเท่านั้นที่พบการปนเปื้อน แต่พบต่ำกว่า 1 มิลลิกรัม/กิโลกรัม หรือ 1 พีพีเอ็ม ซึ่งไม่เกินค่ามาตรฐานการปนเปื้อนที่ อย.กำหนด คือ 2.5 พีพีเอ็ม? จึงถือว่ามีความปลอดภัย
ด้าน นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่าที่ อย. ต้องการตรวจนมผงที่นำเข้าจากประเทศจีนที่แจ้งว่านำมาเป็นอาหารสัตว์ เพราะอาจจะมีการนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ เช่น นำไปทำเบเกอรี่ จึงจำเป็นที่ อย.จะต้องมีการตรวจสอบที่ต้นทางการนำเข้าเพื่อเฝ้าระวังเอาไว้ มิใช่มาตรวจสอบที่ปลายทาง ส่วนกรณีที่ บริษัท อุตสาหกรรมนมไทย จำกัด ยืนยันว่า จากผลแล็บที่ส่งตัวอย่างนมข้นแปลงไขมันไม่หวาน สูตรน้ำมันปาล์มตรวจห้องแล็บเอกชน ไม่พบการปนเปื้อนนั้น นพ.พิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าทางบริษัทนำผลิตภัณฑ์ในลอตใดไปตรวจ เพราะ อย.นำผลิตภัณฑ์จาก ลอตแรกที่มีอยู่ 40,000 กระป๋อง ไปสุ่มตรวจ ส่วนอีก 150,000 กระป๋อง ที่อายัดไว้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผลการตรวจ ซึ่งหากไม่พบการปนเปื้อนก็จะอนุญาตให้จำหน่ายได้ แต่พบก็จะทำลายทั้งหมด โดยจะทราบผลได้ภายใน 5 วัน
ส่วน นายสุวิทย์ ผลวิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรม การผู้จัดการ บริษัท อุตสาหกรรมนมไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายนมตรามะลิ เปิดเผยว่าบริษัทไม่ได้นำเข้านมผงจากประเทศจีนมาผลิตสินค้า แต่นำเข้ามาจากประเทศนิวซีแลนด์ และขณะนี้ได้ให้ความร่วมมือเรียกเก็บสินค้าดังกล่าวออกจากตลาด และได้มอบเอกสารการผลิต การนำเข้าวัตถุดิบ อีกทั้งวัตถุดิบที่ใช้ผลิตสินค้า เพื่อให้ อย.ตรวจสอบเพิ่มแล้ว โดยจะต้องใช้เวลา 2-3 วัน เก็บสินค้าออกจากตลาดทั้งหมด 10,000 ลัง หรือ 4 แสนกระป๋อง หลังจากนั้น จะแถลงข่าวร่วมกับ อย.อีกครั้งว่าสินค้าทุกรายการของบริษัทไม่มีสารปนเปื้อนเมลามีน คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า โดยบริษัทต้องรอผลตรวจสินค้าจาก อย.ทั้งหมด 18 รายการ
?สินค้าลอตดังกล่าวได้ผลิตตั้งแต่ต้นปีเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา และส่วนใหญ่จะขายหมดภายในระยะเวลา 1 เดือน จึงคาดการณ์ไม่ได้ว่า อย.ตรวจพบสารเมลามีนได้อย่างไร และจากการตรวจสอบสินค้าที่ผลิตในลอตต่อมา ก็ไม่พบสารเมลามีนปนเปื้อน จึงขอยืนยันว่าสินค้าของบริษัท ไม่มีสารเมลามีนปนเปื้อนแน่นอน?
ขณะที่ นายประเวศวุฒิ ไรวา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท ผู้ผลิตและจำหน่าย คุกกี้ตรา เอสแอนด์พี กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวจากต่างประเทศระบุว่าพบสารปนเปื้อนเมลามีนในคุกกี้นม ของเอสแอนด์พีที่สวิต เซอร์แลนด์ว่า บริษัทได้ร่วมมือกับ อย. ส่งวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์คุกกี้ที่มีส่วนผสมของนมชุดเดียวกับที่ทาง อย.สุ่มเลือก ไปตรวจที่ห้องแล็บวิจัยทางโภชนาการที่มีชื่อเสียงในฮ่องกง 13 รายการ ไม่พบสารปนเปื้อนเมลามีนในผลิตภัณฑ์คุกกี้นมของเอสแอนด์พี ทำให้มั่นใจว่าผลการวิเคราะห์จาก อย.จะออกมาแนวทางเดียวกัน
ที่มา : http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=179982&NewsType=1&Template=1
บริการใหม่จากแคนาดา อาศัยคุณสมบัติจีพีเอส หากพบมือถือกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว แปลว่าเจ้าของเครื่องขับรถอยู่
กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : แคมเปญ”ขับไม่คุย” ฮิตไปถึงเมืองนอกเมืองนา ล่าสุดบริษัทในแคนาดาเปิดตัวซอฟท์แวร์เลขาเสมือน ป้องกัน “คนช่างจ้อ” คุยโทรศัพท์ขณะขับรถ
เอกิสโมบิลิตี้ บริษัทเอกชนจากแคนาดา เผยถึง “ไดรฟท์ แอสซิสต์”? ว่า เป็นเทคโนโลยีการบริหารจัดการโทรศัพท์มือถือแบบพิเศษที่สร้าง เลขานุการส่วนตัวแบบเสมือนจริง สามารถจับสัญญาณโทรศัพท์หรือข้อความที่ส่งเข้ามาในโทรศัพท์มือถือขณะที่รถ กำลังวิ่ง โดยการจับการเคลื่อนที่ของโทรศัพท์มือถือจากความเร็วของรถแล้วส่งข้อความไป ยังผู้ที่โทรเข้ามาว่า เจ้าของเครื่องอยู่ระหว่างการขับรถ พร้อมกับให้ทิ้งข้อความ หรือเบอร์โทรกลับเอาไว้
นอกจากนี้ซอฟท์แวร์ยังมีบริการพิเศษ ที่สามารถจำเพาะเบอร์สำคัญว่า คนที่โทรมาเป็นผู้ปกครองหรือที่ทำงาน เพื่อแจ้งว่า ผู้รับหรือเจ้าของ โทรศัพท์เครื่องนี้ กำลังอยู่ ณ ตำแหน่งไหน โดยใช้เทคโนโลยีพิกัดดาวเทียมที่มีอยู่ในอุปกรณ์ หรือการกำหนดตำแหน่งผ่านเซลล์ทาวเวอร์ที่รับส่งสัญญาณ เครือข่ายโทรศัพท์ที่เจ้าของเครื่องใช้อยู่ อย่างไรก็ดี ผู้ที่โทรเข้าสามารถแจ้งไปยังผู้ขับให้รับโทรศัพท์ได้ โดยชี้ว่าเป็นกรณีฉุกเฉิน
“ไดรฟท์ แอสซิสต์” เป็นหนึ่งในบริการของเจ้าของเครือข่าย โดยสามารถแจ้งใช้บริการโดยแจ้งรับบริการเป็นรายเดือน
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/18/news_304454.php
“หยาด” บอกงงถูกจับคู่คบ “น้ำนิ่ง” ยันไม่ได้เจอฝ่ายชายนานนับปีไม่มีทีท่าจีบ พร้อมแจงรอยจ้ำทั่วตัวเกิดจากความซุ่มซ่าม ปัดถูก “ไผ่ วันพอยท์” ซ้อมหลังมีข่าวทะเลาะวิวาท เปรยไปขอนแก่นบ่อยแต่จำไม่ได้พักโรงแรมฉาวหรือไม่ รับชอบเปิดประตูอาบน้ำ คาดตนหุ่นไม่ดีพอที่จะมีคลิปเปลืออยหลุดเหมือนอย่าง “โฟร์-มด”
ถูกแมงเม้าท์ลือกันให้แซ่ดว่าขณะนี้นางเอกสาวหน้าแขก “หยาด หยาดทิพย์ ราชปาล” กำลังซุ่มปลูกต้นรักกับไฮโซหนุ่ม “น้ำนิ่ง ไอยคุปต์ กฤตบุญญาลัย” เพื่อนสนิทของอดีตแฟน “โอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร” พอได้ยินเรื่องนี้สาว “หยาด” ถึงกับร้องเสียงหลง ปฏิเสธแบบงงๆ บอกตนไม่ได้เจอฝ่ายชายนานนับปีก่อนเผยถึงความที่กลัวผีมากจึงชอบเปิดประตู อาบน้ำทุกครั้งที่เข้าไปพักในโรงแรมต่างจังหวัด ปลอบตัวเองอาจไม่มีคลิปหลุด
“พี่น้ำนิ่งไม่จริงคะ น้องหยาดรู้จักพี่น้ำนิ่งสมัยตอนที่คบอยู่กับพี่โอ๊ค หลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอพี่นิ่งอีก เจอพี่นิ่งบ้างเวลาที่ไปงานตามสถานที่ต่างๆ แต่ว่าไม่ได้เจอกันเป็นการส่วนตัวค่ะ ไม่ได้โทรคุยกัน ไม่ได้สนิทกัน หยาดเองก็ยังงงอยู่ว่าข่าวมันออกมาได้ยังไง ถ้าเป็นสมัยก่อนก็ยังพอโอเคแต่ตอนนี้ก็ไม่ได้เจอพี่นิ่งนะค่ะ ไม่เคยไปไหนด้วยกันมีแต่ไปเจอกันที่ร้านอาหารอะไรอย่างเนี้ย ประมาณเป็นปีแล้วคะ”
ยันอีกฝ่ายไม่มีทีท่าขายขนมจีบ
“ไม่จีบ พี่นิ่งไม่จีบหยาดหรอก จะเป็นเพื่อนกัน เมื่อก่อนจะเจอกันบ่อยมาก เพราะหยาดจะสนิทกับเพื่อนเขาแต่ตอนนี้ไม่ได้เจอเราเป็นพี่เป็นน้อง เจอก็ไหว้ทักทายกัน แต่เป็นพี่น้ำนิ่งเนี่ยงงมาก ข่าวไม่ซีเรียสหรอกค่ะเพราะกับพี่นิ่งก็รู้จักกัน กับแม่พี่นิ่งก็รู้จักกันค่ะ ไม่ได้ซีเรียสอะไร หลังจากเป็นข่าวก็ยังไม่ได้คุยกันเลย ยังไม่มีเบอร์พี่นิ่งเลย”
คุยไปคุยมากระจอกข่าวก็เหลือบไปเห็นรอยจ้ำตามเนื้อตัวของนางเอกสาว แย๊บถามถึงข่าวก่อนหน้านี้ที่เจ้าตัวมีเรื่องกับทะเลาะกับ “ไผ่ วันพอยท์” อย่างพอดิบพอดี สาว “หยาด” โร่แก้ตัวยันรอยจ้ำที่เห็น
“อันนี้หยาดโดนลวดหนามที่มันเป็นเหล็กๆ ที่กำแพงบาดเอาค่ะ ส่วนที่เท้าหยาดไปถ่ายละครที่ระยองไปวิ่งเล่นที่ชายหาดแล้วไปสะดุดก้อนหิน หัวทิ่มขมำ แล้วพอดีมันมาซ้ำกันที่เดี๋ยวสองแผล แต่ที่แขนเป็นก่อนค่ะ หยาดเป็นคนซุ่มซ่ามอยู่แล้ว ถ้าสังเกตจะเห็นเขียวตลอดค่ะ แล้วหยาดสายตาสั้นด้วย วันนั้นไม่ได้ใส่คอนแทคเลนส์แล้วไปเดินเล่นมันก็เลยสะดุดค่ะ”
“ถ้าถามถึงเรื่องแผลอะไรพวกเนี้ย หยาดเป็นคนที่เป็นพวกนี้ประจำอยู่แล้วหยาดจะซุ่มซ่ามมาก เดี่ยวก็สะดุดล้มโน่นล้มนี่เป็นประจำอย่างล่าสุดโทรศัพท์หายบนรถแท็กซี่ก็ ถือเป็นเรื่องปกติค่ะ”
พอบอกว่าโทรศัพท์หาย แกล้งแซวว่ากลัวจะมีคลิปหลุดทันกระแสเหมือนดาราคนอื่นด้วยหรือเปล่า นางเอกสาวยืนกรานไม่มีคลิปสยิวหลุดให้เห็นอย่างแน่นอน แต่เปรยจำไม่ได้ว่าเคยพักในโรงแรมฉาว จ.ขอนแก่น ตอนที่ไปโชว์ตัวหรือไม่ คาดตนหุ่นไม่ดีคงไม่มีคลิปเปลือยหลุด
“หยาดไม่กลัวหรอก เพราะไม่เคยถ่ายอะไรพวกนั้น แต่เวลาที่เราอ่านข่าวก็รู้สึกสงสารเขา รู้สึกแย่กับเขาเหมือนกันเพราะอย่างบางคนที่เขาโดนแอบถ่ายอะไรอย่างเนี่ย มันดูเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เราก็เป็นกำลังใจให้เขาค่ะ อย่างของเรา เราก็ไม่เคยถ่ายอะไร เดี๋ยวนี้ไปไหนก็ระวังมากขึ้นเยอะ จนเดี๋ยวนี้เป็นโรคกลัวไปแล้ว จะไปนอนที่ไหนก็ต้องดูให้ดี อย่างขอนแก่นหยาดก็เคยไปโชว์ตัว แต่ไม่รู้ว่าหยาดไปนอนที่ไหนบ้าง แต่คงไม่มีหยาดออกมาหรอก หยาดหุ่นไม่ดี (หัวเราะ)”
“เวลาอาบน้ำหยาดเปิดประตูห้องน้ำด้วย หยาดกลัวผีเวลาที่หยาดไปนอนต่างจังหวัดหยาดก็ไปนอนกับแม่ หยาดก็จะเปิดประตูห้องน้ำทิ้งไว้เลยกลัวผี แต่ตอนนี้กลัวกล้องแทนกลัวผีแล้วค่ะ (หัวเราะ)”
ที่มา : http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000122319
งานแต่งงานไม่ใช่ความสำเร็จจากความรักแต่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น!
นี่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรักระหว่างคู่ ที่ดูเหมือนจะไม่เหมาะสมกันเลย นักเรียนมัธยมปลายหญิงที่ช่างเพ้อฝันและซุกซน อีกด้านคือทนายของรัฐที่ชอบการเอาชนะและมีอำนาจ พวกเขาสามารถผ่านความแตกต่างของอายุและช่องว่างระหว่างฐานะทางสังคมและการ ถูกเลี้ยงดูมาได้ สู่เรื่องที่ผสมผสานความน่ารักแต่ยิ่งใหญ่ของความรักที่มีเรื่องตลกขบขันปน อยู่ด้วย
Yoon Jung-Sook เป็นนักเรียนมัธยมปลายหญิงที่ชอบทำทุกอย่างตามทางของเธอเอง แต่เธอเป็นทายาทของหนึ่งในครอบครัวชนชั้นสูงของเกาหลี ตระกูล Yoon แห่ง Papyeong เธอไม่สนใจการเรียนและดูเหมือนว่าเธอจะไม่มีจุดมุ่งหมายในชีวิต แต่ผู้อวุโสของทั้งครอบครัวของเธอและของทนายของรัฐได้ตัดสินใจไว้แล้วว่า หลานของพวกเขาจะต้องแต่งงานกัน ดั่งนั้นตอนอายุ 18 เธอได้แต่งงานกับลูกชายของครอบครัวชนชั้นสูงเหมือนกัน ตระกูล Kwon แห่ง Andong
คู่ของเธอคือ Kwon Hyuk-Joon ซึ่งเป็นคนที่จะต้องทำทุกอย่างตามมาตรฐาน แต่เขายังคงความบริสุทธ์ของจิตใจไว้ เขายังเป็นหนึ่งในทนายของรัฐที่มีอำนาจไม่สิ้นสุดของเกาหลีอีกด้วย
แต่การที่เธอจะต้องทำหน้าที่ในฐานะภรรยาของ ลูกชายคนแรกของครอบครัวที่มีชื่อเสียง และการที่จะโดนควบคุมเหมือนกับเป็นหนูได้รอคอยเธออยู่…
นำแสดงโดย

Yoon Jung-Sook (แสดงโดย Han Ji-Hye)

Kwon Hyuk-Joon (แสดงโดย Lee Dong-Gun)

Moon Ga-Young (แสดงโดย Lee Da-Hae)




ที่มา : http://www.pingbook.com/dvd/view.php?id=289

เมื่อ วันที่ 9 ตุลาคม 2551 ดงบังชินกิ (TVXQ!, Dong Bang Shin Ki) ส่งเพลง MIROTIC คว้าอันดับที่ 1 การจัดอันดับเพลงยอดฮิตในรายการเพลง Mnet M!Countdown ซึ่งนับเป็นการคว้ารางวัลหลังจากคัมแบ็คได้เพียง 13 วันเท่านั้น
นับเป็นความสำเร็จอย่างมากหลังจากที่พวกเขาห่างหายจากวงการเพลงเกาหลีไป นานกว่า 1 ปี 7 เดือน และหลังจากคัมแบ็คขึ้นโชว์ในรายการได้เพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น พวกเขาก็ส่งเพลงไตเติ้ลอย่าง Mirotic ขึ้นคว้าอันดับหนึ่งไปในที่สุด
ดงบังชินกิ เผยความรู้สึกตอนที่ได้รับรางวัลว่า “พวกเราตกใจอึ้งมากๆครับ” กล่าวต่อ “อัลบั้มนี้พวกเราใช้เวลาเตรียมงานกว่า 1 ปี 7 เดือน ซึ่งก็มีคนช่วยเหลือพวกเรามากมายจริงๆครับ” เสริม “คุณพ่ออีซูมานครับ พวกเรารักษาสัญญาแล้วนะครับ”
อนึ่ง M!Countdown ในวันนี้ประกอบไปด้วยสองพิธีกรอย่าง Hosted by Alex?และ แชยอน (Chae Yeon) รวมถึงศิลปินที่ออกอากาศในสัปดาห์นี้มี Epik High, Brown Eyed Girls, Dong Bang Shin Ki, SeeYa, W & Whale, Wonder Girls, Younha, Nassun, VOS, คิมจงอุค (Kim Jong Wook), แทยอน (Tae Yeon), IU, 2PM และSHINee



ที่มา : http://www.pingbook.com/news/view.php?id=2952

นักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นและสหรัฐ ผู้ค้นพบโปรตีนเรืองแสงในสัตว์น้ำ ซึ่งนำมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้หลายสาขาวิทยาการ เข้าป้ายโนเบลสาขาเคมีปประจำปี 2551
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ราชบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน มอบรางวัลโนเบลสาขาเคมีให้แก่นักเคมีญี่ปุ่น และสหรัฐ จากการค้นคว้าโปรตีนเรืองแสงสีเขียว ซึ่งนำมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้หลายสาขาวิทยาการ
ย้อนไปเมื่อปี 2505 ขณะที่ โอซามุ ชิโมมุระ (Osamu Shimomura) นักวิจัยด้านเคมีอินทรีย์ชาวญี่ปุ่น ดำน้ำอยู่ใต้ทะเลบริเวณชายฝั่งแถบตะวันตกของอเมริกาเหนือ
เขามองเห็นแมงกระพรุนเอควอเรีย วิคตอเรีย สะท้อนสีเขียวเรืองรอง จึงนำกลับมาห้องแล็บ และนำมาแยกโปรตีนเรืองแสงสีเขียว ต่อมาพบว่า โปรตีนนี้จะเรืองแสงสีเขียวออกมาเมื่อกระทบกับแสงอัลตราไวโอเลต
โปรตีนเรืองแสงที่ถูกค้นพบเป็นครั้ง แรกสมัยนั้น กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญสำหรับงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพในยุค ต่อมา และช่วยให้นักวิจัยพัฒนาวิธีติดตามกระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในอวัยวะของร่าง กายโดยการเชื่อมโปรตีนเรืองแสงเข้ากับโปรตีน และเซลล์เป้าหมาย เช่น การศึกษาพัฒนาการของเซลล์ประสาทในสมอง หรือ การแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง
จากการค้นพบดังกล่าวทำให้รางวัลโนเบล สาขาเคมีในปี 2551 ตกเป็นของ โอซามุ ชิโมมุระ นักวิจัยด้านเคมี อินทรีย์ชาวญี่ปุ่น? ผู้ค้นพบโปรตีนเรืองแสงสีเขียวเป็นคนแรก และเป็นผู้บุกเบิกนำมาใช้เป็นเครื่องมือ “ติดป้าย” ในชีวศาสตร์
รางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปีนี้ยังมอบให้แก่ มาร์ติน ชาลฟี (Martin Chalfie) นักประสาทชีววิทยาชาวสหรัฐ ผู้บุกเบิกนำโปรตีนเรืองแสงสีเขียวไปใช้แสดงข้อมูลทางพันธุกรรมเรืองแสง สำหรับปรากฏการณ์ทางชีววิทยา
โดยเริ่มทดลองการย้อมสีเซลล์เดี่ยว 6 เซลล์ในพยาธิตัวกลมโปร่งแสง เคนอร์แฮปดิทิส เอเลแกนส์ โดยการใช้โปรตีนเรือง แสงฟลูออเรสเซนต์สีเขียว
นักเคมีสหรัฐอีกท่านที่ร่วมรับรางวัลโนเบลสาขาเคมี คือ โรเจอร์ วาย.เถียน (Roger Y. Tsien) เป็นนักสรีรวิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียที่ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับ กระบวนการเรืองแสงของโปรตีนเรืองแสงสีเขียว และยังขยายแถบสีให้มากกว่าแค่สีเขียว
ช่วยให้นักวิจัยสามารถตามติดเซลล์และ โปรตีนที่หลากหลายอยู่ในสีที่ต่างกัน ทำให้นักวิทย ศาสตร์สามารถทำกระบวนการทางชีววิทยาที่แตกต่างกันได้ในคราวเดียว
ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์สามารถนำโปรตีนเรืองแสงสีเขียวมาเชื่อมต่อกับโปรตีนอื่นเพื่อ ติดตามความเคลื่อนไหว และการทำงานของโปรตีนเป้าหมาย
เช่น นำโปรตีนเรืองแสงมาติดตามความเสียหายของเซลล์ประสาทของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ส หรือติดตามดูกระบวนการสร้างเบต้าเซลล์ที่ใช้ผลิตอินซูลินในตับอ่อนของตัว อ่อนในครรภ์
นักวิจัยยังใช้โปรตีนเรืองแสงเชื่อมกับเซลล์ประสาทชนิดต่างๆ ในสมองหนู โดยให้มันแสดงหลากหลายสีสัน
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/08/news_301668.php
บริษัทบัตรเครดิต “วีซ่า” พัฒนาโปรแกรมแจ้งรายการช็อปผ่านบัตรเครดิต ผ่านโทรศัพท์มือถือกูเกิล
กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : อลิซาเบธ บิวส์ หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์นานาชาติของวีซ่า เผยว่า แอพพลิเคชั่นใหม่นี้ จะช่วยให้ผู้ใช้มือถือกูเกิลจะสามารถรับข้อความแจ้งการใช้ จ่ายผ่านบัตรเครดิตวีซ่าในเวลาใกล้เคียงกับเวลาซื้อจริงผ่านโทรศัพท์มือถือ ทั้งยังสามารถใช้เทคโนโลยีแผนที่จีพีเอส หาตู้เอทีเอ็มและร้านค้าใกล้ เคียงที่มีโปรโมชั่นพิเศษร่วมกับบัตรวีซ่าอีกด้วย
โปรแกรมนี้จะเริ่มใช้งานในสหรัฐภายใน ปลายปี 2551 โดยเริ่มจากลูกค้าที่ถือบัตรวีซ่า เชส การเปิดตัวซอฟท์แวร์จ่ายเงินผ่านมือ ถือกูเกิลนี้ วีซ่าประกาศไล่หลังการเปิดตัวมือถือกูเกิล “จี1″ โดยบริษัทที-โมบายด์ ที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ทีสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์ เน็ตได้อย่างง่ายดายทุกที่ และจะวางตลาดตามแผนที่คาดไว้คือ 22 ตุลาคมนี้
“การพัฒนาแอพพลิเคชั่นโทรศัพท์มือถือ ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ แพลตฟอร์มนั้น วีซ่าถือเป็นก้าวหลักของบริษัทในเป้าประสงค์เพื่อรวมนวัตกรรมการจ่ายเงินแบบ อิเล็กทรอนิกส์เพื่อความสะดวกสบายของลูกค้าและเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือเข้า ด้วยกัน” อลิซาเบธกล่าว
วีซ่า ยังได้เซ็นสัญญาในการให้สิทธิ์ผู้ใช้โทรศัพท์โนเกีย 6212 ที่กำลังจะวางจำหน่ายในการใช้บริการชำระเงิน แบบใหม่ เพื่อจับจ่ายใช้สอยในร้านค้า เพียงแค่นำโทรศัพท์ไปโชว์ที่เครื่องแสกนอิเล็กทรอนิกส์ก็สามารถจ่ายได้ง่าย ๆ เป็นระบบเดียวกับผู้ใช้ระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ที่กำลังพัฒนาอยู่
ขณะเดียวกัน วีซ่ายังประกาศข้อตกลงร่วมกับธนาคารสหรัฐเปิดตัวโปรแกรมต้นแบบสำหรับโอนเงิน มือถือ ที่จะช่วยให้ผู้ถือบัตรเครดิต ของธนาคารสามารถโอนเงินไปยังผู้ถือบัตรวีซ่ารายอื่นได้โดยตรง ซึ่งโปรแกรมนี้ ตั้งเป้าจะเปิดทดลองใช้ในช่วงปลายปี 2551

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ซัมซุงส่งฮาร์ดไดร์ฟพกพา ขนาด 1.8 นิ้ว และ 2.5 นิ้ว ที่ออกแบบให้มีรูปลักษณ์และสีสันน่าพกพามากขึ้น ความจุสูงสุด 500 กิกะไบต์ พร้อมซอฟต์แวร์สำรองข้อมูล และเข้ารหัสข้อมูล กำหนดวางตลาดยุโรปกลางเดือน พ.ย.นี้
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/09/news_301545.php
